หลักการเบื้องต้นในการใช้สีสำหรับการออกแบบ

การออกแบบต่างๆ นอกจากเราจะใช้สีสันเพื่อให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์นั้นๆแล้ว เรายังต้องคำนึงขั้นตอนการพิมพ์ว่าเรามีงบประมาณเท่าใด เพราะถ้าเราใช้สีมาก ค่าใช้จ่ายก็จะมากตามไปด้วยนั่นเอง และที่สำคัญการใช้สีที่มากเกินไปจะทำให้เกิดความสวยงามได้ยากขึ้นตามไปด้วย เพราะจะทำให้ขาดความเป็นเอกลักษณ์นั่นเอง

หลักการใช้สี มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ

1. การใช้สีสันที่กลมกลืน (Harmony) จะเป็นการใช้สีสันที่มีความคล้ายกัน ไม่มีสีใดโดดเด่นขึ้นมา โดยสามารถใช้ได้หลายวิธี เช่น
– การใช้สีสีเดียวเพื่อเพิ่มน้ำหนัก อ่อนหรือแก่ เช่น สีน้ำเงิน สีฟ้าเข้ม และสีฟ้าอ่อน เป็นต้น
– การใช้สีสีเดียวโดยผสมในทุกสีที่มาร่วมกัน ใช้เฉพาะสีร้อนหรือเย็น และใช้สีที่อยู่ในลำดับติดกันในวงจสี เช่น สีเหลือง สีส้ม สีแสด เป็นต้น

โดยการใช้สีที่มีลักษณะที่กลมกลืนกันนี้ มีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้เกิดความนุ่มนวล รสนิยมสูง สุขุม เป็นต้น แต่การใช้สีในลักษณะนี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่มีความโดดเด่น

2. การใช้สีที่ตัดกัน (Contrast) จะเป็นการใช้สีที่มีน้ำหนักแตกต่างกัน ซึ่งเป็นวิธีการที่นิยมนำมาใช้ในการออกแบบ โดยมีการใช้งานกันใน 2 ลักษณะ คือ
– การใช้สีที่ตัดกันอย่างแท้จริง เช่น สีเขียวกับสีแดง, สีม่วงกับสีเหลือง, สีส้มกับสีน้ำเงิน เป็นต้น โดยการใช้สีในวิธีการนี้ ไม่ควรใช้ให้มันเด่นพอๆกัน ควรให้ปริมาณสีใกล้หนึ่งมากกว่าหรือเบรกสีใดสีหนึ่งหรือทั้งสองสี
– การใช้สีที่ไม่ตัดกันอย่างแท้จริง หรือสีที่อยู่คนละวรรณะกัน เช่น สีขาวกับสีดำ, สีดำกับสีแดง, สีส้มกับสีเขียว เป็นต้น

โดยการใช้สีในลักษณะนี้จะทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น ทำให้อาหารดูน่ารับประทาน, ทำให้เสื้อน่าสวมใส่

โดยสรุปแล้ว จุดมุ่งหมายของการใช้สีในการออกแบบ ก็เพื่อให้เกิดความเป็นเอกลักษณ์ น่าสนใจ อีกทั้งยังทำให้เกิดความสวยงาม ดังนั้นเราจะต้องฝึกการใช้สีเพื่อให้เกิดความชำนาญและใช้ได้อย่างถูกวิธี

Comments

Leave a Reply